วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559



เนื้อหาในวันนี้




ในสัปดาห์นี้อาจารย์ให้นักศึกษาออกมานำเสนอการวิจัยเป็นกลุ่มที่นักศึกษาได้ให้ผู้ปกครองทำแบบสอบถามสิ่งที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กเพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาจัดโครงการเป็นรายกลุ่ม

ชื่อโครงการที่นำเสนองานวิจัยของเเต่ละกลุ่ม เกี่ยวกับการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง
กลุ่มที่ 1 วิจัยเรื่อง การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง จังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มที่ 2 วิจัยเรื่อง การพัฒนาและประเมินการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ผู้ปกครองไทยในการส่งเสริมทักษะทางการอ่าน

ออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ โรงเรียนเซนต์แอนดรูส์สามัคคี มหาวิทยาลัยรังสิต

กลุ่มที่ 3 วิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย

กลุ่มที่ 4 วิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์คุณลักษณะผู้ปกครองกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โรงเรียนกุ๊กไก่


ประเมินตนเอง : ตั้งใจนำเสนองานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆช่วยกันนำเสนอโครงการกันอย่างสามัคคี
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ให้คะแนนการนำเสนออย่างยุติธรรมและเสนอแนะอย่างถูกต้อง



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8 วันจันทร์ 26 กันยายน 2559


สอบกลางภาค

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7 วันจันทร์ 19 กันยายน 2559



เนื้อหาในวันนี้

บทที่5เรื่อง รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา
ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน

                     สถานศึกษาปฐมวัยจะต้องทำหน้าที่และร่วมกันรณรงค์เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมกับการศึกษาปฐมวัยโดยจะต้องพัฒนาทั้งความรู้และทักษะเพื่อนำไปใช้กับเด็กอย่างถูกวิธี 

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรีย

ข่าวสารประจำสัปดาห์
           เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกันข้อมูลประจำสัปดาห์ประกอบไปด้วย
รายละเอียดของสาระการเรียนรู้
พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
กิจกรรมครอบครัว
เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง



จดหมายข่าวและกิจกรรม
                     เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครองในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็กโดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอสิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
         -ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
         -กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
         -ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ

ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียนโดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
         - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
         - เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
         - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
         - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
         - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ



การสนทนา
                     การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุดการสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครองและช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยมีวัตถุ ประสงค์ในการสนทนาดังนี้
         - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
         - เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
         - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน



รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
ห้องสมุดผู้ปกครอง
                     เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆอันเป็นแหล่งเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การจัดการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและส่งผลต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

ป้ายนิเทศ 
                     ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ ป้ายนิเทศจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังนี้
         - ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน เช่น ปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์ ฯลฯ
         - ข่าวสารประจำวันจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ
         - ข่าวของสถานศึกษา เช่น การประชุม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ
         - ประกาศต่างๆ ของทางโรงเรียน เช่น วันหยุด นัดประชุมฯลฯ
         - ข่าวสารบริการต่างๆ เช่น แนะนำสถานศึกษา ข้อมูลกิจกรรมของเด็ก
         - กิจกรรมของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมวันครู วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ
         - ป้ายสำหรับผู้ปกครองในการแสดงความคิดเห็น
                     โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองดังกล่าวเป็นรูปแบบของการพัฒนาศักยภาพของผู้ปกครองให้มีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตลอดจนการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก 
                     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติได้จัดทำแผนงานพัฒนาพ่อแม่ผู้ปกครองสมาชิกในครอบครัวและผู้ที่เตรียมตัวเป็นพ่อแม่ ดังนี้
         - สถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
         - จัดบริการเสริมความรู้ ความเข้าใจ ฝึกทักษะให้พ่อแม่ ครอบครัว คู่สมรสมีความเข้าใจในวิธีเลี้ยงดูเด็ก
ส่งเสริมให้องค์กรของรัฐ เอกชน ท้องถิ่นจัดฝึกอบรมให้แก่พ่อแม่ คู่สมรสใหม่และผู้ปกครอง
สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
-จัดให้มีวิธีการประเมินผลการพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง

นิทรรศการ
                     เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษาดังนี้
         - นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
         - นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
         - นิทรรศการเพื่อความบันเทิง

มุมผู้ปกครอง
                     เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียนการรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครองคือ
         - เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
         - เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วยกัน
         -เพื่อผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพกิจกรรมของเด็ก ชมผลงานเด็ก ฯลฯ



การประชุม
                     เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุดซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายจุดประสงค์ของการจัดประชุมผู้ปกครองมีดังนี้
         - เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
         - แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
         - แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
         - ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
         - สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู
         - พัฒนาความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การจัดการศึกษา ฯลฯ

จุลสาร
                     เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการเรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ โดยพิจารณาดังนี้
         - เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ - จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
         - ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม - ภาษาไม่ควรจะเป็นวิชาการมากเกินไป
         - ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง

คู่มือผู้ปกครอง
                     เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาโดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
         - ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
         - หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
         - บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
         - อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
         - การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
         - กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
         - การวัดและประเมินผล

ระบบอินเตอร์เน็ต
                     เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.) การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ สามารถให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับ
         - ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา - เครือข่ายสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง
         - สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็ก 
         - กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองและเด็ก
         - กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข่าวสาร ข้อมูล
         - คำถามของผู้ปกครอง



คำถามท้ายบท
1.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียนครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้างจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ 
1.
ข่าวสารประจำสัปดาห์เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน
2.
จดหมายข่าวและกิจกรรมเป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครองในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็กโดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
3.
ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครองจัดเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียน
4.
การสนทนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้แบบเข้าถึงและตรงมากที่สุดเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครองและช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น


2.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้างจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ
1.
ห้องสมุดผู้ปกครองเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลต่างๆอันเป็นแหล่งเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยเเพร่ความรู้ข้อมูลข่าวสารการเคลื่อนไหวต่างๆ
2.
ป้ายนิเทศจัดเพื่อให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา
3.
นิทรรศการเป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่ง
4.
มุมผู้ปกครองเป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดไว้สำหรับผู้ปกครองเวลาเยี่ยมชมโรงเรียนและรอ-รับส่งเด็ก
5.
การประชุมเป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด
6.
จุลสารเป็นลักษณะของสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในทุกด้านๆ
7.
คู่มือผู้ปกครองเป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา
8.
ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านอินเทอร์เน็ต



3.นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย
ตอบ แนวทางการแก้ไขปัญหาผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือคือแจกแผ่นพับการให้ความรู้และให้ผู้ปกครองได้กลับไปอ่าน



4.การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความจำเป็นอย่างมากเพราะผู้ปกครองเป็นบุคคลที่สำคัญในการดูแลเด็กและมีเวลาใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดจึงควรมีความรู้ในการดูแลเด็กและร่วมแก้ไขปัญหาเด็กร่วมกันได้หากมีการจัดโครงการขึ้นผู้ปกครองจะได้มีที่ปรึกษาเรื่องเด็กได้ด้วย



5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมีลักษณะของรูปแบบอย่างไรจงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น 
ตอบ     เป็นการพูดให้ความรู้และสาธิตต้องให้ความรู้ผู้ปกครองทำกิจกรรมได้มีส่วนร่วมและให้ความรู้ผู้ปกครองในเรื่องที่ผู้ปกครองยังไม่ทราบและต้องคอยติดตามผล



ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนดีมากในวันนี้
ประเมินเพื่อน : ตั้งใจฟังทุกคำที่อาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์ : ตั้งใจสอนอย่างจริงจัง




บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6 วันจันทร์ 12 กันยายน 2559



ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ติดงานราชการ

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5 วันจันทร์ 5 กันยายน 2559




เนื้อหาในวันนี้

บทที่โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ
ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน

โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย
โครงการแม่สอนลูก
-ดำเนินการโดยกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ
-จัดสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาส โดยให้มารดาเป็นผู้สอนเองที่บ้าน
-ใช้วิธีการแนะนำให้รู้จักใช้ทักษะ รู้จักคิดและเรียนรู้มโนทัศน์ด้านต่างๆ
-ใช้รูปแบบการทดองสอนแม่เพื่อสอนลูกที่บ้าน โดยอาศัยรูปแบบโครงการการเยี่ยมบ้านของประเทศอิสราเอล
-ดำเนินการโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.อุบลราชธานี
-เป็นโครงการทดลองหารูปแบบในการให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชนได้นำแนวทางของโปรแกรม    Hippy Program ของประเทศอิสราเอล

                 โครงการพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผ่านโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย
เป็นโครงการภายใต้งานวิจัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกิดจากความต้องการให้ครอบครัวเป็นหลักของการพัฒนาเด็กในช่วงอายุต่ำกว่า 3 ปี ด้วยการให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้เลี้ยงดูที่มีคุณภาพ โดยใช้รูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ประกอบด้วย 4 รูปแบบ คือ
         - วิธีกระบวนการเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วม
         - วิธีการสนทนากลุ่ม
         - วิธีอภิปรายกลุ่ม
         - วิธีการบรรยาย


        โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย
         - แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่
         - คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
         - หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
         - ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
         - จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
      
          
        โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งของครอบครัว “บ้านล้อมรัก
         - ผ่านโทรทัศน์ในรูปแบบสารคดีและแทรกในรายการโทรทัศน์
         - ผ่านสื่อวิทยุในรูปแบบสารคดีสั้น สปอตประชาสัมพันธ์ กิจกรรม และสัมภาษณ์
         - สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ จดหมายข่าว โปสเตอร์ สติกเกอร์ เสื้อยืด เป็นต้น
         - กิจกรรมส่งเสริมความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว เช่น เกม กีฬา เป็นต้น


โครงการหนังสือเล่มแรก (Bookstart Thailand)
โครงการหนังสือเล่มแรกเริ่มต้นขึ้นในปี 2546 โดยการริเริ่มของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กซึ่งในปีนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นปีแห่งการอ่าน  ส่วนภาคเอกชนโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินโครงการ “รวมพลัง รักการอ่าน” ขึ้นในปีนี้เช่นเดียวกัน  โดยมีเป้าหมายที่จะให้พ่อแม่ลูกมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือ สร้างพื้นฐานการอ่านและสานสัมพันธ์ในครอบครัว ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยนิสัยรักการอ่านและประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งองค์กรท้องถิ่นในการรณรงค์โครงการ โดยการจัดทำถุงบุ๊คสตาร์ท (book start) ติดตามประเมินผลครอบครัวในโครงการ

โครงการพัฒนาเด็กโดยครอบครัว
          เป็นการดำเนินงานร่วมกันของกรมการพัฒนาชุมชน กรมการศึกษานอกโรงเรียน กรมอนามัย สำนักงานปรัดกระทรวงสาธารณสุข และอีกหลายหน่วยงาน วัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ให้พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัวเยาวชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโตมีพัฒนาการตามวัยต่อเนื่องสอดคล้องกับวิถีชีวิตครอบครัวและสังคมของเด็ก

โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ

ครงการ การให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศอิสราเอล
                     ประเทศอิสราเอลถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาค่อนข้างสูง เพราะถือว่าการศึกษาคือการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ดังนั้น จึงมีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กอายุ 3-4 ปี โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ งานการศึกษาเด็กโดยพ่อแม่ผู้ปกครองถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการศึกษาของอิสราเอลตั้งแต่ระดับอนุบาล การทำงานระหว่างบ้านกับโรงเรียนและชุมชนจึงพบได้ในทุกโรงเรียน ซึ่งถือเป็นงานปกติที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่ 

โครงการศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่เรียกว่าALEH (Early Childhood Enrichment Center)
-สอนแม่ที่อายุยังน้อยให้รู้จักใช่สื่อ-อุปกรณ์ (ของเล่น) เกมการเล่นเพื่อพัฒนาเด็ก และถ้าเด็กมีปัญหาทางด้านพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาก็จะเสนอแนะให้รู้จักกับนักสังคมสงเคราะห์เพื่อรับฟังคำแนะนำ
         -จัดกิจกรรมสอนให้แม่ทำของเล่นให้ลูกหรือคิดสร้างเกมการเล่นกับลูก


       โครงการเสนอแนะให้แม่สอนลูกเลี้ยงลูกอย่างไรให้ถูกวิธี
                    อาจเรียกโครงการนี้ว่าเป็นการจัดการศึกษานอกระบบแก่พ่อแม่ก็ว่าได้โดยโครงการนี้ชื่อ HATAF โปรแกรม   เป็นโครงการที่ร่วมมือกันทำระหว่างมหาวิทยาลัยเยรูซาเล็มกับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงการที่จัดรูปแบบการสอนพ่อแม่ที่มีลูกอายุ 1-3ปี ซึ่งกิจกรรมที่สอนพ่อแม่ผู้ปกครองก็คือ ให้พ่อแม่ได้พัฒนาทักษะการพูด-คุยกับลูก ได้เรียนรู้พัฒนาการทั้งทางด้านสติปัญญา อารมณ์และสังคม  สอนให้พ่อแม่จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมให้ลูกอย่างง่ายๆ รู้จักใช้วัวดุในครัวเรือนและท้องถิ่นเป็นสื่อ –อุปกรณ์ และสอนให้รู้จักจัดกิจกรรมการเล่นกับลูกที่มีอายุ1-3 ปี


โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้ปกครองและเด็ก
                     จัดขึ้นสำหรับเด็ก 4-6 ปี พร้อมด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง วัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองใช้เวลาว่างร่วมกับลูกในการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ และสนุกกับกิจกรรม-ผลงานที่ลูกสร้างขึ้น โดยมีวิทยากรเป็นครูจากเนสเซอรี่ หรือ รร.อนุบาลหรือผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ-ดนตรี เกมการศึกษา นาฏศิลป์ ร้องรำทำเพลง ฯลฯ โดยก่อนเริ่มกิจกรรมจะมีกรพูดคุยกับพ่อแม่ถึงกิจกรรมที่จะเล่นกับเด็ก และเมื่อจบกิจกรรมก็จะมีการพูดคุยสรุปและประเมินผลที่ได้ในวันนั้นๆ ระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองและผู้จัด  



โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย รวมทั้งลักษณะของชีวิตครอบครัว
         - ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของเด็ก
         - ได้อภิปรายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและประเพณีที่มีต่อชีวิตครอบครัว
         - เพื่อให้เข้าใจลักษณะและจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา



ประเมินตนเอง : มีความตั้งใจเรียนในเนื้อหา เนื้อหายากและสับสน
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจทุกคนแต่มีคุยกันบ้างเป็นบางครั้ง
ประมเนิอาจารย์ : อาจารย์มีความอดทนดี และสอนอย่างเต็มที่